Untitled Document
เรื่อง
พระราชศรัทธาและกฤษดาภินิหาร ของ...มหาราชดำ
โดย
อ.วันเพ็ญ
พระราชศรัทธาและกฤษดาภินิหาร ของ...มหาราชดำ

"พระองค์ดำ" และ "มหาราชดำ" เป็นสามัญนามของ "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" พระมหาวีรราชเจ้าจอมไทย ผู้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย พระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก เมื่อ พ.ศ.๒๐๙๘

 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็น พระมหากษัตริย์ ผู้มีพระราชศรัทธาตั้งมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างสูงส่ง กล่าวกันว่า ทรงสร้าง พระพิมพ์ยอดขุนพล เนื้อดินแบบกรุวังมะสระ เมืองพิษณุโลก เพื่อแจกแก่ไพร่พล และทรงมีพระราชศรัทธาบูรณปฏิสังขรณ์ หลวงพ่อโต และ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ถวายเป็นพุทธบูชา

 ในพระราชพงศาวดารของสยามประเทศ ได้บันทึกไว้ว่า ทรงมีพระราชศรัทธาใน พระมหาเถรคันฉ่อง พระมหาเถระชาวมอญ ผู้นำ พระเกียรติ และ พระยาราม มาสวามิภักดิ์ เมื่อทรงทราบว่า หงสาวดีคิดไม่ซื่อ จึงทรงประกาศอิสรภาพ หลั่งทักษิโณทกจากสุวรรณภิงตาร เหนือพื้นปฐพีเมืองแครง

 วันพฤหัสบดี เดือน ๖ แรม ๒ ค่ำ ปีวอก พ.ศ. ๒๑๒๗ พระชันษาได้ ๒๙ ปี ทรงกวาดต้อนครอบครัวไทยมอญอพยพกลับไทย เมื่อยกทัพข้ามแม่น้ำสะโตง ทัพหน้าพม่ายกมาทันคนละฝั่งน้ำ ทรงยิงพระแสงปืนสับนก ยาว ๙ คืบ (๒.๓๐ เมตร) ยิงถูกสุรกรรมาตายคาบนคอช้าง ทหารพม่าเห็น เกิดความยำเกรงใน พระกฤษดาภินิหารขององค์มหาราชดำ เป็นยิ่งนัก

 เมื่อทรงยกทัพกลับถึงกรุงศรีอยุธยา ถวายบังคมลาพระบรมราชชนก เสด็จขึ้นมายังเมืองพิษณุโลก เสด็จเข้าไปถวายนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ ทรงมีพระราชศรัทธาเปลื้องเครื่องสุวรรณอลังการขัตติยาภรณ์ออกจากองค์ กระทำสักการบูชาถวาย

 ใน พระราชพงศาวดาร ฉบับจักรพรรดิพงศ์ กล่าวว่า "หลังชนะศึกเมืองคัง สมเด็จพระนเรศวร ได้เสด็จกลับเมืองพิษณุโลก ทรงทำการถวายเครื่องทรงเป็นพุทธบูชา พระชินราช พระชินสีห์เจ้า พร้อมทำการสมโภช ๓ วัน แล้วจึงเสด็จไปเฝ้าพระราชบิดา ที่กรุงศรีอยุธยา ทรงมีพระราชศรัทธาในสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว แห่งกรุงศรีอยุธยา เสมือนพระอาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ทูลขอบิณฑบาตชีวิตทหาร ๖ คน ที่ตามเสด็จไม่ทันในสงครามยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชา และทรงชนะศึกยุทธหัตถี เมื่อวันจันทร์ เดือนยี่ แรม ๒ ค่ำ มะโรงศก จศ.๙๕๔ เวลา ๕ โมงเช้า ตรงกับ วันจันทร์ที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๑๓๕"

 ในคราวนั้น สมเด็จพระพนรัตน์ ทูลแนะนำให้ทรงสร้าง พระมหาเจดีย์ยุทธหัตถี หรือ พระชัยมงคลเจดีย์ เฉลิมพระเกียรติยศ ที่ทรงมีชัยชนะเหนือพม่า ณ วัดใหญ่ชัยมงคล (วัดป่าแก้ว) อันเป็น ต้นกำเนิดสกุลพระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา

 มาถึงยุคปัจจุบัน ได้มีการจัดสร้างพระกริ่งเฉลิมพระนามตามพระมหาวีรกรรม ที่ปรากฏพระเกียรติคุณเป็นครั้งแรก เฉลิมพระนามว่า  พระกริ่งนเรศวร เนื้อนวโลหะ (เทดินไทย) ปัจจุบันสนนราคาหลักแสน และ พระชัยวัฒน์นเรศวร (ปั๊มบรรจุกริ่ง) เหรียญนเรศวรเผด็จศึก (ทรงกลม) และ เหรียญนเรศวรประกาศอิสรภาพ (รูปอาร์ม) หลังอกเลา พระพุทธชินราช เหรียญนเรศวรโภคทรัพย์ (ขวัญถุง) และ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับนั่งหลั่งน้ำ (เทดินไทย) ขนาดบูชา ๕ นิ้ว ขึ้นเป็นครั้งแรกโดย พล.ต.ต.ยรรยง สท้านไตรภพ นายกสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๗ มี พระอาจารย์ไสว สุมโณ เป็นเจ้าพิธี

 พ.ศ.๒๕๑๑ นายนิรันดร์ ชัยนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สร้าง พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย (ศิลปะเชียงแสน) และ เหรียญนเรศวรเมืองงาย ปี ๒๕๑๓ พระรักขิตวันมุนี (ถิร) วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี สร้าง พระกริ่งนเรศวรยุทธหัตถี (อู่ทอง) และ เหรียญสมเด็จพระนเรศวร หลังทรงช้างยุทธหัตถี

 พ.ศ.๒๕๑๕ นายละเมียน อัมพวะศิริ นายกพุทธสมาคมพิษณุโลก และนายกสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม ได้สร้าง พระกริ่งนเรศวรวังจันทน์ และ พระชัยวัฒน์ (เทดินไทย) และนำชนวนพระกริ่งไปปั๊มเป็น เหรียญนวโลหะ พระพุทธชินราช หลัง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับนั่งหลั่งน้ำประกาศอิสรภาพ หรือนิยมเรียกกันว่า เหรียญจักรพรรดิ์ เพราะ ประกอบพิธีจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษก (ครั้งที่ ๒ ของกรุงรัตนโกสินทร์) ณ พระวิหารพระพุทธชินราช เมื่อวันที่ ๑๙-๒๐ มกราคม ๒๕๑๕

 พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ผู้มีสมาธิจิตสูงแห่งยุคนั้น นั่งปรก จำนวน ๑๐๙ รูป พระสงฆ์สวดคาถาจักรพรรดิ์ จำนวน ๑๐๘ รูป มีพระปรมาจารย์ผ่อง วัดจักรวรรดิราชาวาส (สามปลื้ม) และอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร เป็นเจ้าพิธี จัดว่าเป็น เหรียญยอดนิยมอันดับหนึ่ง ที่มีพุทธคุณเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ และประสบการณ์สูงส่งของเมืองพิษณุโลก ในยุคหลังสงครามอินโดจีน จนถึงปัจจุบัน

 พ.ศ.๒๕๑๗  พล.ท.สำราญ แพทยกุล แม่ทัพภาคที่ ๓ ได้จัดสร้าง พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรประทับยืนหลั่งน้ำ เป็นครั้งที่ ๒ พร้อม เหรียญพระองค์ดำ-พระองค์ขาว (อาร์ม) ในพิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธชินราช ภปร. (รุ่นแรก)

 พ.ศ.๒๕๑๙  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแจก เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลัง พระกริ่งนเรศวรเผด็จศึก ขึ้น บรรจุเม็ดกริ่งใต้ฐาน ด้วยแผ่นโลหะปั๊ม รูปพระนเรศวรทรงช้างยุทธหัตถี

 ในภายหลังได้มีการสร้าง พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวร ขนาดบูชา เหรียญพระบรมรูป และ พระกริ่งนเรศวร เฉลิมพระนามตามพระมหาวีรกรรมครั้งสำคัญขึ้นมาอีกหลายรุ่น จวบจนปัจจุบัน อาทิ

 พระกริ่งนเรศวร ๔๐๐ ปี (ครองราชย์ ๒๑๓๓-๒๕๓๓) และ เหรียญนเรศวร ๔๐๐ ปี กองทัพภาคที่ ๓ สร้าง พระกริ่งนเรศวร ๔๐๐ ปี ยุทธหัตถี สุพรรณบุรี พ.ศ.๒๕๓๕ และ พระกริ่งนเรศวรพระองค์ดำ ฉลอง ๑๐๐ ปี พิษณุโลกพิทยาคม ซึ่งมีการจัดสร้าง พระกริ่งนเรศวร ขนาดบูชาขึ้นเป็นครั้งแรก และประกอบพิธีจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษก (ครั้งที่ ๓ ของกรุงรัตนโกสินทร์ ๒-๓ พฤษภาคม ๒๕๔๒) หรือ เหรียญนเรศวร ลายพระหัตถ์ คำว่า สู้ พระนามาภิไธย สก. เป็นต้น

 พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ เหรียญพระบรมรูปฯ ตลอดจน พระกริ่งนเรศวร ซึ่งเฉลิมพระนามตามพระมหาวีรกรรมของพระองค์ และ เหรียญพระบรมรูป คู่กับพระพุทธรูปสำคัญ เป็นรัตนมงคลที่แสดงให้เห็นถึง ความเคารพนับถือของประชาชนชาวไทยที่มีต่อพระมหาวีรกรรม และ พระกฤษดาภินิหาร ของพระองค์ที่ทรงมีคุณแก่แผ่นดินไทย จนได้ดำรงคงความเป็นไทย มาจวบจนทุกวันนี้